อย่าหาทำ! 4 พฤติกรรมใช้พวงมาลัย ที่คนขับรถส่วนใหญ่มักพลาด 🚗
พวงมาลัย คือหัวใจสำคัญในการควบคุมทิศทางของรถยนต์ แต่รู้หรือไม่ว่าหลายพฤติกรรมการจับและใช้งานพวงมาลัยที่เราทำกันอยู่เป็นประจำ อาจไม่ถูกต้องตามหลักการขับขี่ที่ปลอดภัย และยังส่งผลเสียต่อตัวรถในระยะยาวอีกด้วย การทำความเข้าใจและแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คนขับรถทุกคนไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะเจาะลึก 4 พฤติกรรมใช้พวงมาลัยที่คนส่วนใหญ่มักทำผิดพลาด พร้อมแนะนำวิธีที่ถูกต้องตามหลักสากล
1. ❌ พฤติกรรมที่ผิดพลาด: การจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่ต่ำหรือสูงเกินไป (เช่น 6 นาฬิกา หรือ 12 นาฬิกา)
พฤติกรรมการจับพวงมาลัยด้วยมือเดียวในตำแหน่งด้านล่าง (ประมาณ 6 นาฬิกา) หรือการจับด้านบนสุด (ประมาณ 12 นาฬิกา) มักเป็นท่าสบายๆ ที่หลายคนทำเมื่อขับรถทางตรง แต่พฤติกรรมนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ปัญหาที่ตามมา:
- ลดประสิทธิภาพในการควบคุม ตำแหน่งการจับที่ไม่เหมาะสมทำให้การหักเลี้ยวฉุกเฉินทำได้ช้าลงและยากลำบาก หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน การแก้ไขสถานการณ์จะทำได้ไม่ทันท่วงที
- ความเสี่ยงจากถุงลมนิรภัย หากเกิดการชนและถุงลมนิรภัยทำงาน การจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง (เช่น 12 นาฬิกา) อาจทำให้แขนของผู้ขับถูกกระแทกอย่างรุนแรงและเกิดการบาดเจ็บที่ใบหน้าหรือลำตัว
- อาการเมื่อยล้า การจับมือเดียวเป็นเวลานานจะทำให้กล้ามเนื้อแขนและไหล่ทำงานหนักข้างเดียวและเกิดอาการเมื่อยล้าได้ง่าย
✅ วิธีที่ถูกต้องตามหลักสากล: ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และ 3 นาฬิกา
ตำแหน่งที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดในการจับพวงมาลัยคือ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และ 3 นาฬิกา (หรือ 10 นาฬิกา และ 2 นาฬิกา ในรถรุ่นเก่าที่ไม่มีถุงลมนิรภัย) โดยมือทั้งสองข้างควรอยู่ในลักษณะที่พร้อมจะหักเลี้ยวและเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดในการรับแรงกระแทกจากถุงลมนิรภัย
2. ❌ พฤติกรรมที่ผิดพลาด: การใช้ฝ่ามือหมุนพวงมาลัย (Palming)
การใช้ฝ่ามือหรือส่วนล่างของอุ้งมือในการหมุนพวงมาลัย หรือที่เรียกว่า "การคว่ำมือปัด" (Palming) เป็นวิธีที่หลายคนใช้เมื่อต้องเลี้ยวในที่แคบหรือกลับรถ ซึ่งดูเหมือนจะรวดเร็ว แต่เป็นอันตรายมาก
ปัญหาที่ตามมา:
- การควบคุมที่หลุดมือ การใช้ฝ่ามือไม่มีแรงยึดเกาะที่มั่นคงเหมือนกับการใช้กำมือ เมื่อต้องหมุนพวงมาลัยอย่างรวดเร็วหรือเจอแรงเหวี่ยง พวงมาลัยอาจสะบัดหรือหลุดมือ ทำให้สูญเสียการควบคุมรถได้
- ความแม่นยำต่ำ การใช้ฝ่ามือทำให้ขาดความรู้สึกในการรับรู้องศาการเลี้ยวที่แม่นยำ ซึ่งอาจทำให้การกะระยะและองศาการเลี้ยวผิดพลาด
✅ วิธีที่ถูกต้องตามหลักสากล: การใช้มือสาว (Push-Pull Steering)
วิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุดคือ การใช้มือสาว (Push-Pull Steering) คือการใช้มือข้างหนึ่งดันพวงมาลัยขึ้น ขณะที่มืออีกข้างรับและดึงลงสลับกันไป โดยมือจะจับพวงมาลัยอยู่เสมอ และไม่ไขว้แขนกันเกินไป วิธีนี้ช่วยให้สามารถหมุนพวงมาลัยได้นุ่มนวล แม่นยำ และรวดเร็ว โดยที่แขนไม่พันกันหากต้องหมุนหลายรอบ
3. ❌ พฤติกรรมที่ผิดพลาด: การปล่อยให้พวงมาลัยหมุนกลับเองอย่างรวดเร็ว (Letting the Wheel Snap Back)
เมื่อเลี้ยวรถเสร็จแล้ว หลายคนมักจะปล่อยพวงมาลัยให้หมุนกลับเข้าสู่แนวตรงเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่ประคองไว้
ปัญหาที่ตามมา:
- ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หากมือไปขวางทาง หรือมือสอดเข้าไปในวงในของพวงมาลัยในขณะที่มันหมุนกลับอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ข้อมือหรือนิ้วมือได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกอย่างรุนแรง (โดยเฉพาะในรถที่มีระบบพวงมาลัยไว)
- การควบคุมที่ไม่เสถียร การปล่อยให้พวงมาลัยหมุนกลับเอง อาจทำให้รถเข้าสู่แนวตรงแบบกระชากหรือเกินแนวไปเล็กน้อย ซึ่งลดความเสถียรในการขับขี่ และผู้ขับอาจต้องแก้อาการอีกครั้ง
✅ วิธีที่ถูกต้องตามหลักสากล: การประคองกลับ (Controlled Return)
หลังจากเลี้ยว ให้ใช้มือทั้งสองข้าง ประคองและควบคุมความเร็ว ในการหมุนกลับของพวงมาลัย (ใช้หลักการ Push-Pull ในการคืนพวงมาลัย) วิธีนี้ช่วยให้รถกลับเข้าสู่แนวตรงอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ พร้อมทั้งรักษาความปลอดภัยของมือผู้ขับขี่
4. ❌ พฤติกรรมที่ผิดพลาด: การคาดหวังให้พวงมาลัยตั้งตรงเสมอเมื่อจอดรถ
พฤติกรรมนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความปลอดภัยโดยตรง แต่เป็นเรื่องของการดูแลรักษาสภาพรถยนต์ในระยะยาว ซึ่งหลายคนมักมองข้ามไป
ปัญหาที่ตามมา:
- ภาระต่อระบบช่วงล่าง การจอดรถในขณะที่ล้อไม่ได้ตั้งตรงจะทำให้ยางและชิ้นส่วนช่วงล่างบางส่วนต้องรับภาระน้ำหนักรถในมุมที่ไม่เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา
- ความเสียหายต่อระบบพวงมาลัย ชิ้นส่วนของระบบพวงมาลัย เช่น ลูกหมาก (Ball Joint) และยางหุ้มเพลาขับ (CV Joint Boots) จะต้องอยู่ในสภาพตึงหรือถูกบิด ซึ่งจะเร่งให้อายุการใช้งานสั้นลงและเกิดการฉีกขาดของยางหุ้มก่อนเวลาอันควร
✅ วิธีที่ถูกต้องตามหลักสากล: ตั้งล้อและพวงมาลัยให้ตรงก่อนจอด
ควรฝึกให้เป็นนิสัยในการ ตั้งล้อหน้าให้ตรง (พวงมาลัยอยู่ในตำแหน่งปกติ) ก่อนดับเครื่องและจอดรถทุกครั้ง หากจอดบนทางลาดชัน ควรหันล้อไปในทิศทางที่ถูกต้องตามกฎหมายจราจรเพื่อป้องกันรถไหล แต่สำหรับที่จอดปกติ การตั้งล้อตรงจะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบช่วงล่างและระบบพวงมาลัยได้ดีที่สุด
สรุป
พวงมาลัยไม่ใช่แค่เครื่องมือหมุน แต่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่กับท้องถนน การเรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานที่ผิดพลาดทั้ง 4 ข้อนี้ จะไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่ม ความปลอดภัย ในการขับขี่ให้กับคุณและเพื่อนร่วมทางเท่านั้น แต่ยังช่วย ยืดอายุการใช้งาน ของระบบช่วงล่างและพวงมาลัยของรถยนต์ได้อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย เริ่มปรับพฤติกรรมวันนี้ เพื่อการขับขี่ที่มั่นใจและปลอดภัยกว่าเดิม!
ติดต่อสอบถามคลิกที่รูปภาพได้เลย
